PostHeaderIcon แนวข้อสอบสังคม(หน้าที่พลเมือง ปลายภาค)(ม.2)

แนวข้อสอบแบบทดสอบวิชาสังคมศึกษา ม.2 เรื่องหน้าที่พลเมือง

Downlaodเป็นไฟล์Wordได้ : http://www.mediafire.com/?wlyhojkmn3z

1.ทายาทโดยธรรมคือข้อใด
ก. ญาติและคู่สมรส
ข. ญาติและผู้สืบสันดาน
ค. ญาติและผู้รับพินัยกรรม
ง. คู่สมรสและผู้สืบสันดาน
2. ทายาทที่เป็นญาติมีสิทธิรับมรดกอันดับ 1-2 คือข้อใด
ก. ผู้สืบสันดาน คู่สมรส
ข. บิดามารดา คู่สมรส
ค. ผู้สืบสันดาน บิดามารดา
ง. ผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดา
3. เมื่อมีคนเกิดในบ้าน เจ้าบ้านจะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่ ที่คนเกิดภายในเวลากี่วันนับแต่วันเกิด
ก. สิบห้าวัน
ข. ยี่สิบห้าวัน
ค. สามสิบวัน
ง. หกสิบวัน
4. เมื่อมีคนตายในบ้าน เจ้าบ้านจะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ ที่มีคนตายภายในเวลาเท่าใด
ก. 24 ชั่วโมง
ข. 7 วัน
ค. 15 วัน
ง. 30 วัน
5. เมื่อมีคนย้ายออกจากบ้านให้เจ้าบ้านหรือผู้แทนแจ้งต่อนายทะเบียนผู้มีหน้าที่รับแจ้งภายในเวลากี่วันนับแต่วันย้ายออก
ก. 7 วัน
ข. 10 วัน
ค. 15 วัน
ง. 30 วัน
6. ยาเสพติดให้โทษประเภทที่หนึ่ง คือข้อใด
ก. เฮโรอีน ยาบ้า
ข. มอร์ฟีน ฝิ่นยา
ค. ยาบ้า มอร์ฟีน
ง. ฝิ่น เฮโรอีน
7 ทำไมจึงต้องกำหนดสิทธิของบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมาย
ก. ป้องกันการทะเลาะกัน
ข. ป้องกันการละเมิดสิทธิต่อกัน
ค. ให้บุคคลยอมรับเสถียรภาพของรัฐบาล
ง. ป้องกันประชาชนใช้สิทธิวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล
8.ข้อความใดไม่ใช่ความหมายของสิทธิ
ก. ความมีอิสระที่จะกระทำใด ๆตามใจ
ข. ความสามารถที่จะกระทำได้โดยชอบธรรม
ค. อำนาจโดยชอบธรรมที่พลเมืองทุกคนมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด
ง. อำนาจอันชอบธรรมที่จะทำการต่าง ๆ ตามความปรารถนา
9.สิ่งที่ควบคุมการใช้สิทธิ เสรีภาพของประชาชน คือสิ่งใด
ก. กฎหมาย
ข. คุณธรรม
ค. จริยธรรม
ง. เจ้าหน้าที่ตำรวจ
10.ข้อความใดกล่าวถึง สิทธิในความไม่เสมอภาค
ก. สิทธิในการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
ข. สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองป้องกันโจรผู้ร้ายเท่านั้น
ค. สิทธิที่จะได้รับโทษแตกต่างกันเมื่อทำผิดกฎหมายเหมือนกัน
ง. สิทธิที่จะได้รับโทษแตกต่างกันเมื่อทำผิดกฎหมายแตกต่างกัน
11. “การถนอมอาหารเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านในแต่ละท้องถิ่นที่นำมาใช้กับผลผลิตของตน ได้วิธีหนึ่งและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย ตัวอย่างเช่น การนำดินร่วน น้ำและเกลือในอัตราส่วนที่เหมาะสมผสมในเข้ากัน ใส่ไข่เป็ดจุ่มลงไปให้มิด แล้วนำขึ้นมาพอกด้วยขี้เถ้าแกลบ เก็บใส่ภาชนะปิดชิด 15วันนำมาต้มรับประทานหรือใส่กล่องออกจำหน่าย เป็นการถนอมอาหารไข่ชนิดหนึ่ง คือการทำไข่เค็ม” นักเรียนมีความเห็นอย่างไรกับข้อความนี้
ก. ไข่นำมาถนอมอาหารเก็บไว้รับประทานได้
ข. อยากจะถนอมอาหารโดยทำไข่เค็มไว้รับประทานบ้าง
ค. การถนอมอาหารโดยการทำไข่เค็มนี้ เป็นอาชีพที่สร้างรายได้วิธีหนึ่ง
ง. ไข่เค็มที่ได้จากการถนอมอาหารมีคุณภาพดี เป็นที่นิยมของคนทั่วไป
12.“การทอผ้าไหมเป็นภูมิปัญญาไทยของท้องถิ่น ที่มาจากวิถีชีวิตของชาวบ้านโดยแท้ลวดลายที่ประดิษฐ์มาจากความคิดผนวกกับสิ่งแวดล้อมถ่ายทอดลงบนผืนผ้าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์สืบทอดต่อไป” นักเรียนมีความเห็นอย่างไรกับข้อความนี้
ก. ผ้าไหมสวยงามกว่าผ้าชนิดอื่น ๆ
ข. ฉันอยากสวมใส่เสื้อผ้าไหมบ้าง
ค. ใส่เสื้อที่ตัดด้วยผ้าไหมแล้วดูภูมิฐานดี
ง. ผ้าไหมเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย
13.การปฏิบัติตนโดยเน้นหน้าที่ที่มีต่อประเทศ ข้อใด สำคัญที่สุด ในฐานะที่เป็นสมาชิกที่ดี
ของสังคมประชาธิปไตย
ก. การใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
ข. การเคารพกฎหมายบ้านเมือง
ค. การช่วยดูแลสาธารณสมบัติ
ง. การรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
14. สมาชิกที่ดีของสังคมประชาธิปไตยต้องสนใจติดตาม ข่าวสารของบ้านเมืองเพราะเหตุใด
ก. อธิบายให้เพื่อนๆ ฟัง
ข. เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพ
ค. เพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีมีศีลธรรม
ง. เพื่อรับรู้ปัญหาและมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา
15. วัดในเขตเมือง ปัจจุบันมีความสำคัญต่อสังคมไทยในด้านใดมากที่สุด
ก. เป็นสถานที่ศึกษา
ข. เป็นที่พบปะสังสรรค์ของชาวบ้าน
ค. เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ง. เป็นสถานบันเทิงแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ
16.ข้อความใดกล่าวถึง เสรีภาพ ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง
ก. เสรีภาพของบุคคลทั่วโลกมีเท่าเทียมกัน
ข. เสรีภาพของชาวไทยถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ
ค. เสรีภาพคือความมีอิสระจะทำการใด ๆ ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย
ง. เสรีภาพคือความปรารถนาที่จะปฏิบัติสิ่งใด ๆ ภายใต้ขอบเขตของกฏหมาย
17.เสรีภาพทางความคิดเห็น จะถูกจำกัดลงเมื่อผู้นั้นปฏิบัติเช่นไร
ก. ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น
ข. กล่าววินิจฉัยการทำงานของรัฐบาล
ค. ก้าวก่ายโดยการละเมิดสิทธิของผู้อื่น
ง. แสดงความคิดเห็นไม่เป็นไปตามหลักความเชื่อของศาสนา
18.บทบาทสำคัญของคนไทยในฐานะผู้บริโภคที่ฉลาดไม่ควรเลือกซื้อสินค้าที่มีลักษณะใด
ก. สินค้าคุณภาพสูง ราคาต่ำ
ข. สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย
ค. สินค้าที่มีความจำเป็นต่อการบริโภค
ง. สินค้าฟุ่มเฟือยที่สั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ
19.สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการพัฒนาตนให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของสังคม คืออะไร
ก. การศึกษาหาความรู้
ข. การแสวงหาทรัพย์สิน
ค. การทำทานให้คนยากจน
ง. การช่วยบรรเทาภัยแก่ผู้เดือดร้อน
20.กิจกรรมใด ไม่ใช่ การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์
ก. การรวมชาวนาลงแขกเกี่ยวข้าว
ข. การรวมกลุ่มกันขุดบ่อน้ำไว้ใช้ในหมู่บ้าน
ค. การร่วมมือกันสร้างวัดประจำหมู่บ้านให้แล้วเสร็จ
ง. การร่วมมือกันสร้างอาคารเรียนให้แก่เด็กและเยาวชน
21.ลักษณะใดเป็นการแสดงบทบาททางการเมือง ไม่ถูกต้อง ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ก. สนใจกิจการบ้านเมือง
ข. รับฟังข่าวสารทางการเมือง
ค. ชักชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ขายเสียงให้กับญาติ
ง. การชักชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
22. ท่านคิดอะไรกับความเป็นอยู่ของชาวชนบทไทย
ก. ชาวชนบทไทยเป็นเกษตรกร
ข. เกษตรกรเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ
ค. ต้องพัฒนาเกษตรกรจึงจะพัฒนาประเทศได้
ง. คนไทยมีข้าวบริโภคด้วยน้ำพักนำแรงเกษตรกร
23. ท่านจะปฏิบัติตนเองอย่างไร เมื่อเกิดปัญหาต่าง ๆ ในท้องถิ่น
ก. สามัคคี
ข. ปฏิบัติตามคำแนะนำของกำนัน
ค. ปล่อยปัญหาให้รัฐเข้ามาแก้ไขช่วยเหลือ
ง. ร่วมมือกันแก้ปัญหาและรับผิดชอบในท้องถิ่นตน
24. ลักษณะสภาพสังคมที่ดี ดูได้จากอะไร
ก. คุณภาพชีวิต
ข. การนับถือศาสนา
ค. การประกอบอาชีพ
ง. การปฏิบัติตามกฎหมาย
25.การร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นควรร่วมมือกันโดยวิธีใด
ก. ค้าขายเอง
ข. จัดตั้งสหกรณ์
ค. ใช้พ่อค้าคนกลาง
ง. จัดตั้งกองทุนมูลนิธิ
26. วิธีใดที่สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมในท้องถิ่น
ก. ลงมือปฏิบัติ
ข. ทดลองปฏิบัติ
ค. สร้างความศรัทธา
ง. ใช้อำนาจบีบบังคับ
27.ภูมิปัญญาไทยหมายถึงเรื่องใดมากที่สุด
ก. อาชีพของคนในชุมชนนั้น
ข. ผลผลิตที่มีอยู่ในชุมชนนั้น
ค. การดำเนินชีวิตของคนในชุมชนนั้น
ง. ความรู้และประสบการณ์ของชาวบ้านที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา
28. สิ่งใดจัดเป็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทยด้านอาชีพมากที่สุด
ก. สร้างอาชีพใหม่ให้เกิดขึ้น
ข. แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ในท้องถิ่น
ค. เห็นความสำคัญของตัวบุคคลผู้เป็นภูมิปัญญาไทย
ง. เป็นการนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่ใช้ให้เกิดประโยชน์
29.หลักการเลือกประกอบอาชีพของแต่ละบุคคล สิ่งที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรกคือสิ่งใด
ก. ความต้องการของตลาด
ข. ความสะดวกในการขนส่ง
ค. ความถนัดและความสนใจของตน
ง. ความพร้อมด้านสถานที่ประกอบการ
30. คำว่า “วัฒนธรรม” เกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด
ก. การศึกษา
ข. การประกอบอาชีพ
ค. การใช้ภูมิปัญญาไทย
ง. การมีวิถีชีวิตของกลุ่มคนในสังคม
31.นักเรียนในฐานะสมาชิกในชุมชน เมื่อพบว่า วัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้านกำลังถูกลืม สูญหายไปหรือปฏิบัติได้ไม่ถูกต้อง เพื่อเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมและประเพณีให้ถูกต้อง นักเรียนสมควรปฏิบัติตนตามข้อใด จึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. เข้าร่วมในกิจกรรมประเพณีพื้นบ้านที่จัดขึ้น
ข. เสนอโครงการรณรงค์อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีพื้นฐาน
ค. จัดแสดงนิทรรศการด้านวัฒนธรรมและประเพณีพื้นบ้านในแต่ละท้องถิ่น
ง. ฝึกอาสาสมัครหมู่บ้านเป็นผู้นำหรือตัวแทน เผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีที่ถูกต้อง
34. “การปลูกต้นไม้ไม่ใช่การปลูกป่า แต่การรักษาป่า ต้องรักษาต้นไม้”คำกล่าวนี้มีความหมายต่อการอนุรักษ์ป่าไม้อย่างไร
ก. ป่าไม้จะอยู่ได้ด้วยทุกคนช่วยกันปลูกป่า
ข. ต้นไม้ทุกต้นเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นป่า
ค. ป่าไม้และต้นไม้ต่างต้องอยู่ในป่าเหมือนกัน
ง. ป่าไม้ประกอบด้วยต้นไม้หลาย ๆ อย่างอยู่ร่วมกัน
35. ถ้าทุกคนช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเกิดผลอย่างไรในที่สุด
ก. ฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น
ข. ภัยพิบัติทางธรรมชาติจะไม่เกิดขึ้น
ค. ประชาชนปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
ง. คงความสมดุลทางธรรมชาติได้นาน
36.ประเพณีใดจัดว่าเป็นประเพณีเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์
ก. พระราชพิธีฉัตรมงคล
ข. พิธีเรียกขวัญข้าว
ค. ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ
ง. พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
37. ข้อใดจัดเป็นประเพณีและวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาชีพ
ก. พระราชพิธีฉัตรมงคล
ข. ประเพณีวันวิสาขบูชา
ค. ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ
ง. พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
38. ประเพณีเรียกขวัญข้าว นิยมกระทำในช่วงใด
ก. ก่อนออกพรรษา
ข. หลังออกพรรษา
ค. ก่อนเข้าพรรษา
ง. หลังเข้าพรรษา
39. ขนมไทยชนิดใดที่นิยมใช้ในงานมงคล เพราะมีความหมายไปในทางที่ดีและเพื่อส่งผลถึงความสำเร็จในหน้าที่การงาน
ก. ขนมชั้น ขนมถ้วยฟู
ข. ทองหยอด ทองหยิบ
ค. เม็ดขนุน ขนมหม้อแกง
ง. ขนมลูกชุบ ทองหยิบ
40. การละเล่นในข้อใด มีคุณค่าในการฝึกความสามัคคี
ก. ชักเย่อ
ข. ซ่อนหา
ง. ขี่ม้าส่งเมือง
41. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ร่วมมือกันปลูกป่าชายเลน เพื่อเป็นการอนุรักษ์ส่งแวดล้อม จัดได้ว่าเป็นพลเมืองดีในเรื่องใด
ก. ปฏิบัติตนตามหลักศีลธรรม
ข. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
ค. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม
ง. เคารพในสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น
42. สุพาและเพื่อนทำงานร่วมกันอย่างสนุกสนาน สมาชิกทุกคนแบ่งหน้าที่กันอย่างทั่วถึง เมื่องานกลุ่มเสร็จสิ้นลงมีผลงานที่ได้รับการชมเชยจากสมาชิกกลุ่มอื่น ๆ การกระทำของสุพาและเพื่อน สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติตนในข้อใด
ก. ความมีเหตุผล การเคารพซึ่งกันและกัน
ข. ความรับผิดชอบ การตกลงกันอย่างสันติ
ค. การเคารพซึ่งกันและกัน และความรับผิดชอบ
ง. ความมีเหตุผล การคิดตามงานอย่างเป็นระบบ
43. “วีณาและศิริพร ไปชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เธอปฏิบัติตามกฎระเบียบของพิพิธภัณฑ์” ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับเรื่องใด
ก. การรักษาสิ่งแวดล้อม
ข. การเคารพซึ่งกันและกัน
ค. การดูแลสาธารณประโยชน์
ง. ความรับผิดชอบในกิจกรรมทางสังคม
44.ในการปฏิบัติตนตามหน้าที่จองพลเมืองดี ตามวิถีประชาธิปไตยนั้น จะต้องนำหลักคุณธรรมใดมาเป็นแนวทางการปฏิบัติ
ก. ความซื่อตรง
ข. ความเมตตากรุณา
ค. ความเอื้อเฟื้อ ความเสียสละ
ง. ความรับผิดชอบและความมีวินัย
45. ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามสิทธิและเสรีภาพของชาวไทยนั้น จะต้องไม่ไปก้าวก่ายสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น จึงต้องนำหลักคุณธรรมในข้อใดเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติ
ก. ความรัก ความเมตตา
ข. ความอดทน ความเสียสละ
ค. ความรับผิดชอบ ความอดทน
ง. ความมีวินัย ความเมตตากรุณา
46. บทบาทของพลเมืองดีในข้อใดที่มีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ก. รับการศึกษาอบรม
ข. การประหยัดและอดออม
ค. การสืบสานศิลปวัฒนธรรม
ง. การปฏิบัติตนตามค่านิยมที่ดี
47. ข้อใดอธิบายความหมายของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยถูกต้องที่สุด
ก. การปกครองโดยคณะรัฐบาลมีอำนาจสูงสุด
ข. การปกครองโดยพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมาก
ค. การปกครองของประชาชน โดยประชาชนเพื่อประชาชน
ง. การปกครองโดยคณะรัฐมนตรีตามข้อเสนอของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
48. ข้อใดที่สัมพันธ์กันเกี่ยวกับการใช้อำนาจอธิปไตยของพระมหากษัตริย์
ก. อำนาจนิติบัญญัติ : ทางรัฐสภา
ข. อำนาจบริหาร : ทาง ค.ร.ม.
ค. อำนาจตุลาการ : ทางศาล
ง. อำนาจในการออกกฎหมาย : ทาง ส.ส.
50. ข้อใดสรุปเกี่ยวกับลักษณะการเมืองการปกครองไทยไม่ถูกต้อง
ก. ประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยว มีรัฐบาลกลางชุดเดียวที่มีอำนาจเต็มที่ในการปกครอง
ข. คณะรัฐมนตรีมาจากพรรคการเมืองที่ได้จำนวน ส.ส.มากที่สุด
ค. พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและอยู่เหนือกฎหมาย
ง. ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
51. ข้อใดมิใช่หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ก. ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ หน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ
ข. มีพรรคการเมืองหลายพรรคร่วมเป็นรัฐบาล
ค. การใช้เสียงข้างมากและใช้หลักเหตุผลในการแก้ไขปัญหา
ง. ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
52.เหตุใดจึงกล่าวว่าพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยทรงทำอะไรไม่ผิด
ก. เพราะทรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้
ข. เพราะมีสถาบันตัวแทนของประชาชนเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
ค. เพราะเป็นประมุขของรัฐและปกครองประเทศโดยยึดหลักทศพิธราชธรรม
ง. เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าทรงทำอะไรไม่มีความผิด
53. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย
ก. เป็นแหล่งรวมจิตใจของประชาชน
ข. ขจัดความไม่ยุติธรรมในการพิพากษาคดีของศาล
ค. เป็นหลักในการระงับความแตกแยกในสังคม
ง. เป็นหลักในการปกครอง
54.อะไรเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยเกิดความมั่นคงมากที่สุด
ก. ผู้นำและกฎหมาย
ข. การศึกษาและเงินทุนจากต่างประเทศ
ค. การศึกษาและเศรษฐกิจ
ง. ศีลธรรมและวัฒนธรรม
55.ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของประชาธิปไตย
ก. รัฐธรรมนูญ
ข. อำนาจอธิปไตย
ค. การเลือกตั้ง
ง. พระมหากษัตริย์
56. ข้อใดให้ความหมายของคำว่า “ อำนาจอธิปไตย”ได้ถูกต้องที่สุด
ก. อำนาจสูงสุดในการประเทศประเทศ
ข. อำนาจสูงสุดของพระมหากษัตริย์
ค. อำนาจสูงสุดของฝ่ายบริหาร
ง. อำนาจสูงสุดของศาลสูงในการตัดสินคดีความ

57. ชายหญิงที่จะทำการหมั้นกันได้นั้นจะต้องมีอายุครบกี่ปี
ก. อายุครบสิบห้าปี
ข. อายุครบสิบเจ็ดปี
ค. อายุครบสิบแปดปี
ง. อายุครบสิบเจ็ดปีโดยได้รับความยินยอมจากบิดามารดา
58. การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อใด
ก. ชายหญิงทำสัญญากันถูกต้อง
ข. บิดามารดาฝ่ายหญิงได้ให้คำยินยอม
ค. ฝ่ายชายได้มอบสินสอดให้แก่ฝ่ายหญิง
ง. ฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่หญิง
59.ข้อความเกี่ยวกับเรื่องการหมั้นข้อใดถูกต้อง
ก. เมื่อมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่หญิงคู่หมั้นทำให้ชายไม่สมควรสมรสกับหญิงนั้น ชายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้
ข. คู่หมั้นฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตก่อนสมรสอีกฝ่ายหนึ่งจะเรียกค่าทดแทนได้
ค. เมื่อฝ่ายชายเสียชีวิตก่อนสมรส ฝ่ายหญิงต้องคืนของหมั้นหรือสินสอดแก่ฝ่ายชาย
ง. เมื่อฝ่ายหญิงเสียชีวิตก่อนสมรส ฝ่ายหญิงต้องคืนของหมั้นหรือสินสอดแก่ฝ่ายชาย
60. ชายและหญิงจะทำการสมรสกันได้เมื่ออายุครบกี่ปี
ก. อายุครบสิบห้าปี
ข. อายุครบสิบเจ็ดปี
ค. อายุครบสิบแปดปี
ง. อายุครบสิบเจ็ดปีโดยได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง
61. แดนเทพจดทะเบียนหย่ากับแคร์ทีร์ แคร์ทีร์จะทำการสมรสใหม่ได้เมื่อเวลาผ่านพ้นไปเท่าใด
ก. ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ข. ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
ค. ไม่น้อยกว่าสองร้อยสี่สิบวัน
ง. ไม่น้อยกว่าสามร้อยสิบวัน
62.บุคคลจะรับผู้อื่นเป็นบุตรบุญธรรมได้นั้น จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ากี่ปี
ก. สิบแปดปีบริบูรณ์
ข. ยี่สิบปีบริบูรณ์
ค. ยี่สิบห้าปีบริบูรณ์
ง. สามสิบห้าปีบริบูรณ์
63.บุคคลจะรับผู้อื่นเป็นบุตรบุญธรรมจะต้องมีอายุแก่กว่ากว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อยกี่ปี
ก. สิบปี
ข. สิบห้าปี
ค. ยี่สิบปี
ง. ยี่สิบห้าปี


From:http://www.thaigoodview.com/node/58970

3 ความคิดเห็น:

krittapot keawka กล่าวว่า...

ไม่มีเฉลย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ข้อสอบดีมากเลย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ข้อ40 ค.(หายไปไหน)

แสดงความคิดเห็น

ผู้ติดตาม